โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16467 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16467

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16467 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16467 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 11, 33, 499, 1497, 5489, 16467
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16467 ÷ 1=16467เหลือเศษ 0
16467 ÷ 3=5489เหลือเศษ 0
16467 ÷ 11=1497เหลือเศษ 0
16467 ÷ 33=499เหลือเศษ 0
16467 ÷ 499=33เหลือเศษ 0
16467 ÷ 1497=11เหลือเศษ 0
16467 ÷ 5489=3เหลือเศษ 0
16467 ÷ 16467=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16467
1 x 16467
3 x 5489
11 x 1497
33 x 499
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16467
1 + 3 + 11 + 33 + 499 + 1497 + 5489 + 16467 = 24000
ตัวประกอบของ 16467 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 11, 499
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16467 = 3 x 11 x 499
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16467 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16467 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16467 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5489
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16467
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16467 แบบที่หนึ่ง
  • 16467
    • 33
      • 3
      • 11
    • 499

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16467 แบบที่สอง
  • 16467
    • 3
    • 5489
      • 11
      • 499
ดังนั้น 16467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16467 = 3 x 11 x 499

2. การแยกตัวประกอบของ 16467 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16467 นั้นก็คือ 3, 11, 499 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16467

3
)16467
11
)5489
499
)499
1
ดังนั้น 16467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16467 = 3 x 11 x 499

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16467

1แยกตัวประกอบของ 16467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 111 x 4991
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 499 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16467 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16467 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇