โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16472 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16472

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16472 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16472 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 29, 58, 71, 116, 142, 232, 284, 568, 2059, 4118, 8236, 16472
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16472 ÷ 1=16472เหลือเศษ 0
16472 ÷ 2=8236เหลือเศษ 0
16472 ÷ 4=4118เหลือเศษ 0
16472 ÷ 8=2059เหลือเศษ 0
16472 ÷ 29=568เหลือเศษ 0
16472 ÷ 58=284เหลือเศษ 0
16472 ÷ 71=232เหลือเศษ 0
16472 ÷ 116=142เหลือเศษ 0
16472 ÷ 142=116เหลือเศษ 0
16472 ÷ 232=71เหลือเศษ 0
16472 ÷ 284=58เหลือเศษ 0
16472 ÷ 568=29เหลือเศษ 0
16472 ÷ 2059=8เหลือเศษ 0
16472 ÷ 4118=4เหลือเศษ 0
16472 ÷ 8236=2เหลือเศษ 0
16472 ÷ 16472=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16472
1 x 16472
2 x 8236
4 x 4118
8 x 2059
29 x 568
58 x 284
71 x 232
116 x 142
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16472
1 + 2 + 4 + 8 + 29 + 58 + 71 + 116 + 142 + 232 + 284 + 568 + 2059 + 4118 + 8236 + 16472 = 32400
ตัวประกอบของ 16472 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 29, 71
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16472 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16472 = 2 x 2 x 2 x 29 x 71
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16472 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16472 = 23 x 29 x 71
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16472 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16472 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16472 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8236
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16472
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16472 แบบที่หนึ่ง
  • 16472
    • 116
      • 4
        • 2
        • 2
      • 29
    • 142
      • 2
      • 71

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16472 แบบที่สอง
  • 16472
    • 2
    • 8236
      • 2
      • 4118
        • 2
        • 2059
          • 29
          • 71
ดังนั้น 16472 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16472 = 2 x 2 x 2 x 29 x 71
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16472 = 23 x 29 x 71 หรือ 23 x 291 x 711

2. การแยกตัวประกอบของ 16472 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16472 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16472 นั้นก็คือ 2, 29, 71 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16472

2
)16472
2
)8236
2
)4118
29
)2059
71
)71
1
ดังนั้น 16472 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16472 = 2 x 2 x 2 x 29 x 71
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16472 = 23 x 29 x 71 หรือ 23 x 291 x 711

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16472

1แยกตัวประกอบของ 16472 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 291 x 711
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 71 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16472 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16472 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇