โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16448 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16448

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16448 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16448 มีทั้งหมด 14 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 64, 257, 514, 1028, 2056, 4112, 8224, 16448
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16448 ÷ 1=16448เหลือเศษ 0
16448 ÷ 2=8224เหลือเศษ 0
16448 ÷ 4=4112เหลือเศษ 0
16448 ÷ 8=2056เหลือเศษ 0
16448 ÷ 16=1028เหลือเศษ 0
16448 ÷ 32=514เหลือเศษ 0
16448 ÷ 64=257เหลือเศษ 0
16448 ÷ 257=64เหลือเศษ 0
16448 ÷ 514=32เหลือเศษ 0
16448 ÷ 1028=16เหลือเศษ 0
16448 ÷ 2056=8เหลือเศษ 0
16448 ÷ 4112=4เหลือเศษ 0
16448 ÷ 8224=2เหลือเศษ 0
16448 ÷ 16448=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16448
1 x 16448
2 x 8224
4 x 4112
8 x 2056
16 x 1028
32 x 514
64 x 257
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16448
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 64 + 257 + 514 + 1028 + 2056 + 4112 + 8224 + 16448 = 32766
ตัวประกอบของ 16448 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 257
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16448 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16448 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 257
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16448 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16448 = 26 x 257
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16448 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16448 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16448 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8224
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16448
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16448 แบบที่หนึ่ง
  • 16448
    • 64
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 257

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16448 แบบที่สอง
  • 16448
    • 2
    • 8224
      • 2
      • 4112
        • 2
        • 2056
          • 2
          • 1028
            • 2
            • 514
              • 2
              • 257
ดังนั้น 16448 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16448 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16448 = 26 x 257 หรือ 26 x 2571

2. การแยกตัวประกอบของ 16448 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16448 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16448 นั้นก็คือ 2, 257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16448

2
)16448
2
)8224
2
)4112
2
)2056
2
)1028
2
)514
257
)257
1
ดังนั้น 16448 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16448 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16448 = 26 x 257 หรือ 26 x 2571

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16448

1แยกตัวประกอบของ 16448 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 26 x 2571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 6 ให้เอา 6 + 1 = 7
  • 👉 257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 7 x 2 = 14
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16448 มีทั้งหมด 14 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16448 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇