ตัวประกอบของ 16406 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16406
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16406 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16406 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16406 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16406 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16406 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 631, 1262, 8203, 16406
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16406 ÷ 1 | = | 16406 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 2 | = | 8203 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 13 | = | 1262 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 26 | = | 631 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 631 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 1262 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 8203 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16406 ÷ 16406 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16406
| 1 x 16406 | = | 16406 |
| 2 x 8203 | = | 16406 |
| 13 x 1262 | = | 16406 |
| 26 x 631 | = | 16406 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16406
1 + 2 + 13 + 26 + 631 + 1262 + 8203 + 16406 = 26544
▶ ตัวประกอบของ 16406 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 631
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16406 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16406 = 2 x 13 x 631
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16406 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16406 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16406 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8203
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16406
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16406 แบบที่หนึ่ง
- 16406
- 26
- 2
- 13
- 631
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16406 แบบที่สอง
- 16406
- 2
- 8203
- 13
- 631
ดังนั้น 16406 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16406 =
2 x 13 x 631
2. การแยกตัวประกอบของ 16406 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16406 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16406 นั้นก็คือ 2, 13, 631 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16406
2)1640613)8203631)6311ดังนั้น 16406 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16406 = 2 x 13 x 631วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16406
1แยกตัวประกอบของ 16406 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 63112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 631 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16406 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16406 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16406 นั้นก็คือ 2, 13, 631 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16406
2
)16406
13
)8203
631
)631
1
ดังนั้น 16406 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16406 = 2 x 13 x 631
1แยกตัวประกอบของ 16406 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 6311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 631 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16406 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16406 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
