โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16083 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16083

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16083 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16083 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 1787, 5361, 16083
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16083 ÷ 1=16083เหลือเศษ 0
16083 ÷ 3=5361เหลือเศษ 0
16083 ÷ 9=1787เหลือเศษ 0
16083 ÷ 1787=9เหลือเศษ 0
16083 ÷ 5361=3เหลือเศษ 0
16083 ÷ 16083=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16083
1 x 16083
3 x 5361
9 x 1787
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16083
1 + 3 + 9 + 1787 + 5361 + 16083 = 23244
ตัวประกอบของ 16083 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 1787
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16083 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16083 = 3 x 3 x 1787
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16083 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16083 = 32 x 1787
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16083 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16083 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16083 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5361
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16083
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16083 แบบที่หนึ่ง
  • 16083
    • 9
      • 3
      • 3
    • 1787

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16083 แบบที่สอง
  • 16083
    • 3
    • 5361
      • 3
      • 1787
ดังนั้น 16083 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16083 = 3 x 3 x 1787
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16083 = 32 x 1787 หรือ 32 x 17871

2. การแยกตัวประกอบของ 16083 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16083 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16083 นั้นก็คือ 3, 1787 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16083

3
)16083
3
)5361
1787
)1787
1
ดังนั้น 16083 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16083 = 3 x 3 x 1787
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16083 = 32 x 1787 หรือ 32 x 17871

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16083

1แยกตัวประกอบของ 16083 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 17871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1787 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16083 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16083 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇