ตัวประกอบของ 13667 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13667
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 13667 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 13667 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 13667 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 13667 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 13667 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 79, 173, 13667
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 13667 ÷ 1 | = | 13667 | เหลือเศษ 0 |
| 13667 ÷ 79 | = | 173 | เหลือเศษ 0 |
| 13667 ÷ 173 | = | 79 | เหลือเศษ 0 |
| 13667 ÷ 13667 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13667
| 1 x 13667 | = | 13667 |
| 79 x 173 | = | 13667 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13667
1 + 79 + 173 + 13667 = 13920
▶ ตัวประกอบของ 13667 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
79, 173
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 13667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13667 = 79 x 173
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 13667 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13667 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13667 มา 1 คู่ เช่น 79 x 173
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13667
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13667
- 13667
- 79
- 173
ดังนั้น 13667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13667 =
79 x 173
2. การแยกตัวประกอบของ 13667 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 13667 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13667 นั้นก็คือ 79, 173 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13667
79)13667173)1731ดังนั้น 13667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้13667 = 79 x 173วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13667
1แยกตัวประกอบของ 13667 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 791 x 17312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 173 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13667 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 13667 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13667 นั้นก็คือ 79, 173 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13667
79
)13667
173
)173
1
ดังนั้น 13667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13667 = 79 x 173
1แยกตัวประกอบของ 13667 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 791 x 1731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 173 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13667 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13667 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
