ตัวประกอบของ 83552 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 83552
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 83552 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 83552 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 83552 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 83552 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 83552 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 16, 28, 32, 56, 112, 224, 373, 746, 1492, 2611, 2984, 5222, 5968, 10444, 11936, 20888, 41776, 83552
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 83552 ÷ 1 | = | 83552 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 2 | = | 41776 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 4 | = | 20888 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 7 | = | 11936 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 8 | = | 10444 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 14 | = | 5968 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 16 | = | 5222 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 28 | = | 2984 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 32 | = | 2611 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 56 | = | 1492 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 112 | = | 746 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 224 | = | 373 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 373 | = | 224 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 746 | = | 112 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 1492 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 2611 | = | 32 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 2984 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 5222 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 5968 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 10444 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 11936 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 20888 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 41776 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 83552 ÷ 83552 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 83552
| 1 x 83552 | = | 83552 |
| 2 x 41776 | = | 83552 |
| 4 x 20888 | = | 83552 |
| 7 x 11936 | = | 83552 |
| 8 x 10444 | = | 83552 |
| 14 x 5968 | = | 83552 |
| 16 x 5222 | = | 83552 |
| 28 x 2984 | = | 83552 |
| 32 x 2611 | = | 83552 |
| 56 x 1492 | = | 83552 |
| 112 x 746 | = | 83552 |
| 224 x 373 | = | 83552 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 83552
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 16 + 28 + 32 + 56 + 112 + 224 + 373 + 746 + 1492 + 2611 + 2984 + 5222 + 5968 + 10444 + 11936 + 20888 + 41776 + 83552 = 188496
▶ ตัวประกอบของ 83552 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 373
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 83552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 373
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 83552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
83552 = 25 x 7 x 373
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 83552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
83552 = 25 x 7 x 373
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 83552 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 83552 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 83552 มา 1 คู่ เช่น 2 x 41776
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83552
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 83552 แบบที่หนึ่ง
- 83552
- 224
- 14
- 2
- 7
- 16
- 4
- 2
- 2
- 4
- 2
- 2
- 4
- 14
- 373
- 224
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 83552 แบบที่สอง
- 83552
- 2
- 41776
- 2
- 20888
- 2
- 10444
- 2
- 5222
- 2
- 2611
- 7
- 373
ดังนั้น 83552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83552 =
2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 373
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
83552 =
25 x 7 x 373 หรือ 25 x 71 x 3731
2. การแยกตัวประกอบของ 83552 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 83552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 83552 นั้นก็คือ 2, 7, 373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83552
2)835522)417762)208882)104442)52227)2611373)3731ดังนั้น 83552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้83552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 373หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง83552 = 25 x 7 x 373 หรือ 25 x 71 x 3731วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 83552
1แยกตัวประกอบของ 83552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 71 x 37312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 83552 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 83552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 83552 นั้นก็คือ 2, 7, 373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83552
2
)83552
2
)41776
2
)20888
2
)10444
2
)5222
7
)2611
373
)373
1
ดังนั้น 83552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 373
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
83552 = 25 x 7 x 373 หรือ 25 x 71 x 3731
1แยกตัวประกอบของ 83552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 71 x 3731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 83552 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 83552 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
