ตัวประกอบของ 78647 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 78647
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 78647 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 78647 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 78647 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 78647 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 78647 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 31, 43, 59, 1333, 1829, 2537, 78647
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 78647 ÷ 1 | = | 78647 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 31 | = | 2537 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 43 | = | 1829 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 59 | = | 1333 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 1333 | = | 59 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 1829 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 2537 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 78647 ÷ 78647 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 78647
| 1 x 78647 | = | 78647 |
| 31 x 2537 | = | 78647 |
| 43 x 1829 | = | 78647 |
| 59 x 1333 | = | 78647 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 78647
1 + 31 + 43 + 59 + 1333 + 1829 + 2537 + 78647 = 84480
▶ ตัวประกอบของ 78647 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
31, 43, 59
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 78647 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
78647 = 31 x 43 x 59
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 78647 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 78647 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 78647 มา 1 คู่ เช่น 31 x 2537
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 78647
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 78647 แบบที่หนึ่ง
- 78647
- 59
- 1333
- 31
- 43
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 78647 แบบที่สอง
- 78647
- 31
- 2537
- 43
- 59
ดังนั้น 78647 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
78647 =
31 x 43 x 59
2. การแยกตัวประกอบของ 78647 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 78647 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 78647 นั้นก็คือ 31, 43, 59 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 78647
31)7864743)253759)591ดังนั้น 78647 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้78647 = 31 x 43 x 59วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 78647
1แยกตัวประกอบของ 78647 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 431 x 5912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 78647 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 78647 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 78647 นั้นก็คือ 31, 43, 59 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 78647
31
)78647
43
)2537
59
)59
1
ดังนั้น 78647 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
78647 = 31 x 43 x 59
1แยกตัวประกอบของ 78647 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 431 x 591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 78647 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 78647 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
