ตัวประกอบของ 56315 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 56315
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 56315 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 56315 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 56315 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 56315 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 56315 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 7, 35, 1609, 8045, 11263, 56315
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 56315 ÷ 1 | = | 56315 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 5 | = | 11263 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 7 | = | 8045 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 35 | = | 1609 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 1609 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 8045 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 11263 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 56315 ÷ 56315 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 56315
| 1 x 56315 | = | 56315 |
| 5 x 11263 | = | 56315 |
| 7 x 8045 | = | 56315 |
| 35 x 1609 | = | 56315 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 56315
1 + 5 + 7 + 35 + 1609 + 8045 + 11263 + 56315 = 77280
▶ ตัวประกอบของ 56315 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 1609
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 56315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56315 = 5 x 7 x 1609
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 56315 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 56315 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 56315 มา 1 คู่ เช่น 5 x 11263
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56315
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 56315 แบบที่หนึ่ง
- 56315
- 35
- 5
- 7
- 1609
- 35
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 56315 แบบที่สอง
- 56315
- 5
- 11263
- 7
- 1609
ดังนั้น 56315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56315 =
5 x 7 x 1609
2. การแยกตัวประกอบของ 56315 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 56315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 56315 นั้นก็คือ 5, 7, 1609 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56315
5)563157)112631609)16091ดังนั้น 56315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้56315 = 5 x 7 x 1609วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 56315
1แยกตัวประกอบของ 56315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 160912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1609 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 56315 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 56315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 56315 นั้นก็คือ 5, 7, 1609 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56315
5
)56315
7
)11263
1609
)1609
1
ดังนั้น 56315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56315 = 5 x 7 x 1609
1แยกตัวประกอบของ 56315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 16091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1609 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 56315 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 56315 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
