ตัวประกอบของ 52678 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52678
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52678 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52678 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 52678 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52678 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52678 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 26339, 52678
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52678 ÷ 1 | = | 52678 | เหลือเศษ 0 |
| 52678 ÷ 2 | = | 26339 | เหลือเศษ 0 |
| 52678 ÷ 26339 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 52678 ÷ 52678 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52678
| 1 x 52678 | = | 52678 |
| 2 x 26339 | = | 52678 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52678
1 + 2 + 26339 + 52678 = 79020
▶ ตัวประกอบของ 52678 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 26339
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52678 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52678 = 2 x 26339
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52678 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52678 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52678 มา 1 คู่ เช่น 2 x 26339
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52678
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52678
- 52678
- 2
- 26339
ดังนั้น 52678 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52678 =
2 x 26339
2. การแยกตัวประกอบของ 52678 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52678 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52678 นั้นก็คือ 2, 26339 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52678
2)5267826339)263391ดังนั้น 52678 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52678 = 2 x 26339วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52678
1แยกตัวประกอบของ 52678 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 2633912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 26339 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52678 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52678 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52678 นั้นก็คือ 2, 26339 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52678
2
)52678
26339
)26339
1
ดังนั้น 52678 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52678 = 2 x 26339
1แยกตัวประกอบของ 52678 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 263391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 26339 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52678 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52678 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
