ตัวประกอบของ 52465 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52465
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52465 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52465 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 52465 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52465 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52465 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 7, 35, 1499, 7495, 10493, 52465
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52465 ÷ 1 | = | 52465 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 5 | = | 10493 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 7 | = | 7495 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 35 | = | 1499 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 1499 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 7495 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 10493 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 52465 ÷ 52465 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52465
| 1 x 52465 | = | 52465 |
| 5 x 10493 | = | 52465 |
| 7 x 7495 | = | 52465 |
| 35 x 1499 | = | 52465 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52465
1 + 5 + 7 + 35 + 1499 + 7495 + 10493 + 52465 = 72000
▶ ตัวประกอบของ 52465 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 1499
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52465 = 5 x 7 x 1499
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52465 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52465 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52465 มา 1 คู่ เช่น 5 x 10493
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52465
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52465 แบบที่หนึ่ง
- 52465
- 35
- 5
- 7
- 1499
- 35
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52465 แบบที่สอง
- 52465
- 5
- 10493
- 7
- 1499
ดังนั้น 52465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52465 =
5 x 7 x 1499
2. การแยกตัวประกอบของ 52465 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52465 นั้นก็คือ 5, 7, 1499 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52465
5)524657)104931499)14991ดังนั้น 52465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52465 = 5 x 7 x 1499วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52465
1แยกตัวประกอบของ 52465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 149912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1499 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52465 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52465 นั้นก็คือ 5, 7, 1499 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52465
5
)52465
7
)10493
1499
)1499
1
ดังนั้น 52465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52465 = 5 x 7 x 1499
1แยกตัวประกอบของ 52465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 14991
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1499 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52465 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52465 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
