ตัวประกอบของ 51758 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51758
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51758 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51758 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51758 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51758 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51758 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 3697, 7394, 25879, 51758
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51758 ÷ 1 | = | 51758 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 2 | = | 25879 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 7 | = | 7394 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 14 | = | 3697 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 3697 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 7394 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 25879 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 51758 ÷ 51758 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51758
| 1 x 51758 | = | 51758 |
| 2 x 25879 | = | 51758 |
| 7 x 7394 | = | 51758 |
| 14 x 3697 | = | 51758 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51758
1 + 2 + 7 + 14 + 3697 + 7394 + 25879 + 51758 = 88752
▶ ตัวประกอบของ 51758 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 3697
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51758 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51758 = 2 x 7 x 3697
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51758 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51758 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51758 มา 1 คู่ เช่น 2 x 25879
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51758
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51758 แบบที่หนึ่ง
- 51758
- 14
- 2
- 7
- 3697
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51758 แบบที่สอง
- 51758
- 2
- 25879
- 7
- 3697
ดังนั้น 51758 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51758 =
2 x 7 x 3697
2. การแยกตัวประกอบของ 51758 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51758 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51758 นั้นก็คือ 2, 7, 3697 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51758
2)517587)258793697)36971ดังนั้น 51758 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51758 = 2 x 7 x 3697วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51758
1แยกตัวประกอบของ 51758 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 369712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3697 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51758 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51758 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51758 นั้นก็คือ 2, 7, 3697 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51758
2
)51758
7
)25879
3697
)3697
1
ดังนั้น 51758 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51758 = 2 x 7 x 3697
1แยกตัวประกอบของ 51758 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 36971
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3697 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51758 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51758 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
