ตัวประกอบของ 47487 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 47487
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 47487 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 47487 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 47487 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 47487 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 47487 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 11, 33, 1439, 4317, 15829, 47487
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 47487 ÷ 1 | = | 47487 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 3 | = | 15829 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 11 | = | 4317 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 33 | = | 1439 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 1439 | = | 33 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 4317 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 15829 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 47487 ÷ 47487 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 47487
| 1 x 47487 | = | 47487 |
| 3 x 15829 | = | 47487 |
| 11 x 4317 | = | 47487 |
| 33 x 1439 | = | 47487 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 47487
1 + 3 + 11 + 33 + 1439 + 4317 + 15829 + 47487 = 69120
▶ ตัวประกอบของ 47487 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 11, 1439
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 47487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47487 = 3 x 11 x 1439
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 47487 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 47487 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 47487 มา 1 คู่ เช่น 3 x 15829
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47487
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47487 แบบที่หนึ่ง
- 47487
- 33
- 3
- 11
- 1439
- 33
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47487 แบบที่สอง
- 47487
- 3
- 15829
- 11
- 1439
ดังนั้น 47487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47487 =
3 x 11 x 1439
2. การแยกตัวประกอบของ 47487 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 47487 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47487 นั้นก็คือ 3, 11, 1439 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47487
3)4748711)158291439)14391ดังนั้น 47487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้47487 = 3 x 11 x 1439วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 47487
1แยกตัวประกอบของ 47487 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 111 x 143912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1439 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47487 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 47487 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47487 นั้นก็คือ 3, 11, 1439 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47487
3
)47487
11
)15829
1439
)1439
1
ดังนั้น 47487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47487 = 3 x 11 x 1439
1แยกตัวประกอบของ 47487 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 111 x 14391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1439 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47487 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 47487 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
