ตัวประกอบของ 35877 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35877
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35877 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35877 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 35877 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35877 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35877 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 11959, 35877
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35877 ÷ 1 | = | 35877 | เหลือเศษ 0 |
| 35877 ÷ 3 | = | 11959 | เหลือเศษ 0 |
| 35877 ÷ 11959 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 35877 ÷ 35877 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35877
| 1 x 35877 | = | 35877 |
| 3 x 11959 | = | 35877 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35877
1 + 3 + 11959 + 35877 = 47840
▶ ตัวประกอบของ 35877 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 11959
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35877 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35877 = 3 x 11959
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35877 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35877 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35877 มา 1 คู่ เช่น 3 x 11959
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35877
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35877
- 35877
- 3
- 11959
ดังนั้น 35877 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35877 =
3 x 11959
2. การแยกตัวประกอบของ 35877 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35877 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35877 นั้นก็คือ 3, 11959 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35877
3)3587711959)119591ดังนั้น 35877 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35877 = 3 x 11959วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35877
1แยกตัวประกอบของ 35877 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1195912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11959 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35877 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35877 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35877 นั้นก็คือ 3, 11959 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35877
3
)35877
11959
)11959
1
ดังนั้น 35877 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35877 = 3 x 11959
1แยกตัวประกอบของ 35877 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 119591
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11959 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35877 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35877 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
