ตัวประกอบของ 35698 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35698
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35698 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35698 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35698 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35698 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35698 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 1373, 2746, 17849, 35698
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35698 ÷ 1 | = | 35698 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 2 | = | 17849 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 13 | = | 2746 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 26 | = | 1373 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 1373 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 2746 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 17849 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 35698 ÷ 35698 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35698
| 1 x 35698 | = | 35698 |
| 2 x 17849 | = | 35698 |
| 13 x 2746 | = | 35698 |
| 26 x 1373 | = | 35698 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35698
1 + 2 + 13 + 26 + 1373 + 2746 + 17849 + 35698 = 57708
▶ ตัวประกอบของ 35698 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 1373
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35698 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35698 = 2 x 13 x 1373
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35698 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35698 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35698 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17849
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35698
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35698 แบบที่หนึ่ง
- 35698
- 26
- 2
- 13
- 1373
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35698 แบบที่สอง
- 35698
- 2
- 17849
- 13
- 1373
ดังนั้น 35698 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35698 =
2 x 13 x 1373
2. การแยกตัวประกอบของ 35698 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35698 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35698 นั้นก็คือ 2, 13, 1373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35698
2)3569813)178491373)13731ดังนั้น 35698 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35698 = 2 x 13 x 1373วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35698
1แยกตัวประกอบของ 35698 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 137312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35698 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35698 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35698 นั้นก็คือ 2, 13, 1373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35698
2
)35698
13
)17849
1373
)1373
1
ดังนั้น 35698 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35698 = 2 x 13 x 1373
1แยกตัวประกอบของ 35698 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 13731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35698 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35698 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
