ตัวประกอบของ 35697 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35697
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35697 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35697 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35697 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35697 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35697 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 73, 163, 219, 489, 11899, 35697
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35697 ÷ 1 | = | 35697 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 3 | = | 11899 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 73 | = | 489 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 163 | = | 219 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 219 | = | 163 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 489 | = | 73 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 11899 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 35697 ÷ 35697 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35697
| 1 x 35697 | = | 35697 |
| 3 x 11899 | = | 35697 |
| 73 x 489 | = | 35697 |
| 163 x 219 | = | 35697 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35697
1 + 3 + 73 + 163 + 219 + 489 + 11899 + 35697 = 48544
▶ ตัวประกอบของ 35697 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 73, 163
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35697 = 3 x 73 x 163
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35697 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35697 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35697 มา 1 คู่ เช่น 3 x 11899
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35697
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35697 แบบที่หนึ่ง
- 35697
- 163
- 219
- 3
- 73
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35697 แบบที่สอง
- 35697
- 3
- 11899
- 73
- 163
ดังนั้น 35697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35697 =
3 x 73 x 163
2. การแยกตัวประกอบของ 35697 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35697 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35697 นั้นก็คือ 3, 73, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35697
3)3569773)11899163)1631ดังนั้น 35697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35697 = 3 x 73 x 163วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35697
1แยกตัวประกอบของ 35697 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 731 x 16312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35697 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35697 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35697 นั้นก็คือ 3, 73, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35697
3
)35697
73
)11899
163
)163
1
ดังนั้น 35697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35697 = 3 x 73 x 163
1แยกตัวประกอบของ 35697 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 731 x 1631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35697 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35697 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
