ตัวประกอบของ 35497 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35497
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35497 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35497 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35497 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35497 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35497 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 11, 77, 461, 3227, 5071, 35497
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35497 ÷ 1 | = | 35497 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 7 | = | 5071 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 11 | = | 3227 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 77 | = | 461 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 461 | = | 77 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 3227 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 5071 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 35497 ÷ 35497 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35497
| 1 x 35497 | = | 35497 |
| 7 x 5071 | = | 35497 |
| 11 x 3227 | = | 35497 |
| 77 x 461 | = | 35497 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35497
1 + 7 + 11 + 77 + 461 + 3227 + 5071 + 35497 = 44352
▶ ตัวประกอบของ 35497 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 11, 461
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35497 = 7 x 11 x 461
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35497 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35497 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35497 มา 1 คู่ เช่น 7 x 5071
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35497
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35497 แบบที่หนึ่ง
- 35497
- 77
- 7
- 11
- 461
- 77
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35497 แบบที่สอง
- 35497
- 7
- 5071
- 11
- 461
ดังนั้น 35497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35497 =
7 x 11 x 461
2. การแยกตัวประกอบของ 35497 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35497 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35497 นั้นก็คือ 7, 11, 461 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35497
7)3549711)5071461)4611ดังนั้น 35497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35497 = 7 x 11 x 461วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35497
1แยกตัวประกอบของ 35497 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 111 x 46112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 461 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35497 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35497 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35497 นั้นก็คือ 7, 11, 461 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35497
7
)35497
11
)5071
461
)461
1
ดังนั้น 35497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35497 = 7 x 11 x 461
1แยกตัวประกอบของ 35497 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 111 x 4611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 461 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35497 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35497 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
