ตัวประกอบของ 35483 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35483
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35483 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35483 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35483 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35483 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35483 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 37, 137, 259, 959, 5069, 35483
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35483 ÷ 1 | = | 35483 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 7 | = | 5069 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 37 | = | 959 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 137 | = | 259 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 259 | = | 137 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 959 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 5069 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 35483 ÷ 35483 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35483
| 1 x 35483 | = | 35483 |
| 7 x 5069 | = | 35483 |
| 37 x 959 | = | 35483 |
| 137 x 259 | = | 35483 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35483
1 + 7 + 37 + 137 + 259 + 959 + 5069 + 35483 = 41952
▶ ตัวประกอบของ 35483 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 37, 137
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35483 = 7 x 37 x 137
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35483 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35483 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35483 มา 1 คู่ เช่น 7 x 5069
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35483
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35483 แบบที่หนึ่ง
- 35483
- 137
- 259
- 7
- 37
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35483 แบบที่สอง
- 35483
- 7
- 5069
- 37
- 137
ดังนั้น 35483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35483 =
7 x 37 x 137
2. การแยกตัวประกอบของ 35483 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35483 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35483 นั้นก็คือ 7, 37, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35483
7)3548337)5069137)1371ดังนั้น 35483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35483 = 7 x 37 x 137วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35483
1แยกตัวประกอบของ 35483 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 371 x 13712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35483 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35483 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35483 นั้นก็คือ 7, 37, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35483
7
)35483
37
)5069
137
)137
1
ดังนั้น 35483 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35483 = 7 x 37 x 137
1แยกตัวประกอบของ 35483 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 371 x 1371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35483 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35483 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
