ตัวประกอบของ 35426 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35426
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35426 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35426 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 35426 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35426 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35426 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 17713, 35426
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35426 ÷ 1 | = | 35426 | เหลือเศษ 0 |
| 35426 ÷ 2 | = | 17713 | เหลือเศษ 0 |
| 35426 ÷ 17713 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 35426 ÷ 35426 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35426
| 1 x 35426 | = | 35426 |
| 2 x 17713 | = | 35426 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35426
1 + 2 + 17713 + 35426 = 53142
▶ ตัวประกอบของ 35426 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 17713
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35426 = 2 x 17713
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35426 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35426 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35426 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17713
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35426
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35426
- 35426
- 2
- 17713
ดังนั้น 35426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35426 =
2 x 17713
2. การแยกตัวประกอบของ 35426 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35426 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35426 นั้นก็คือ 2, 17713 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35426
2)3542617713)177131ดังนั้น 35426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35426 = 2 x 17713วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35426
1แยกตัวประกอบของ 35426 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 1771312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17713 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35426 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35426 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35426 นั้นก็คือ 2, 17713 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35426
2
)35426
17713
)17713
1
ดังนั้น 35426 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35426 = 2 x 17713
1แยกตัวประกอบของ 35426 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 177131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17713 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35426 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35426 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
