ตัวประกอบของ 27062 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27062
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 27062 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 27062 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 27062 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 27062 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 27062 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 1933, 3866, 13531, 27062
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 27062 ÷ 1 | = | 27062 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 2 | = | 13531 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 7 | = | 3866 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 14 | = | 1933 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 1933 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 3866 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 13531 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 27062 ÷ 27062 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27062
| 1 x 27062 | = | 27062 |
| 2 x 13531 | = | 27062 |
| 7 x 3866 | = | 27062 |
| 14 x 1933 | = | 27062 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27062
1 + 2 + 7 + 14 + 1933 + 3866 + 13531 + 27062 = 46416
▶ ตัวประกอบของ 27062 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 1933
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 27062 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27062 = 2 x 7 x 1933
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 27062 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27062 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27062 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13531
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27062
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27062 แบบที่หนึ่ง
- 27062
- 14
- 2
- 7
- 1933
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27062 แบบที่สอง
- 27062
- 2
- 13531
- 7
- 1933
ดังนั้น 27062 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27062 =
2 x 7 x 1933
2. การแยกตัวประกอบของ 27062 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 27062 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27062 นั้นก็คือ 2, 7, 1933 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27062
2)270627)135311933)19331ดังนั้น 27062 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้27062 = 2 x 7 x 1933วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27062
1แยกตัวประกอบของ 27062 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 193312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1933 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27062 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 27062 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27062 นั้นก็คือ 2, 7, 1933 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27062
2
)27062
7
)13531
1933
)1933
1
ดังนั้น 27062 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27062 = 2 x 7 x 1933
1แยกตัวประกอบของ 27062 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 19331
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1933 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27062 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27062 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
