ตัวประกอบของ 24362 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 24362
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 24362 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 24362 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 24362 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 24362 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 24362 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 937, 1874, 12181, 24362
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 24362 ÷ 1 | = | 24362 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 2 | = | 12181 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 13 | = | 1874 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 26 | = | 937 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 937 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 1874 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 12181 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 24362 ÷ 24362 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 24362
| 1 x 24362 | = | 24362 |
| 2 x 12181 | = | 24362 |
| 13 x 1874 | = | 24362 |
| 26 x 937 | = | 24362 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 24362
1 + 2 + 13 + 26 + 937 + 1874 + 12181 + 24362 = 39396
▶ ตัวประกอบของ 24362 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 937
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 24362 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
24362 = 2 x 13 x 937
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 24362 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 24362 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 24362 มา 1 คู่ เช่น 2 x 12181
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 24362
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 24362 แบบที่หนึ่ง
- 24362
- 26
- 2
- 13
- 937
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 24362 แบบที่สอง
- 24362
- 2
- 12181
- 13
- 937
ดังนั้น 24362 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
24362 =
2 x 13 x 937
2. การแยกตัวประกอบของ 24362 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 24362 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 24362 นั้นก็คือ 2, 13, 937 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 24362
2)2436213)12181937)9371ดังนั้น 24362 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้24362 = 2 x 13 x 937วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 24362
1แยกตัวประกอบของ 24362 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 93712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 937 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 24362 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 24362 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 24362 นั้นก็คือ 2, 13, 937 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 24362
2
)24362
13
)12181
937
)937
1
ดังนั้น 24362 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
24362 = 2 x 13 x 937
1แยกตัวประกอบของ 24362 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 9371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 937 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 24362 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 24362 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
