ตัวประกอบของ 21705 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21705
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21705 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21705 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21705 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21705 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21705 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 5, 15, 1447, 4341, 7235, 21705
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21705 ÷ 1 | = | 21705 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 3 | = | 7235 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 5 | = | 4341 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 15 | = | 1447 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 1447 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 4341 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 7235 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 21705 ÷ 21705 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21705
| 1 x 21705 | = | 21705 |
| 3 x 7235 | = | 21705 |
| 5 x 4341 | = | 21705 |
| 15 x 1447 | = | 21705 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21705
1 + 3 + 5 + 15 + 1447 + 4341 + 7235 + 21705 = 34752
▶ ตัวประกอบของ 21705 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 5, 1447
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21705 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21705 = 3 x 5 x 1447
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21705 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21705 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21705 มา 1 คู่ เช่น 3 x 7235
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21705
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21705 แบบที่หนึ่ง
- 21705
- 15
- 3
- 5
- 1447
- 15
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21705 แบบที่สอง
- 21705
- 3
- 7235
- 5
- 1447
ดังนั้น 21705 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21705 =
3 x 5 x 1447
2. การแยกตัวประกอบของ 21705 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21705 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21705 นั้นก็คือ 3, 5, 1447 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21705
3)217055)72351447)14471ดังนั้น 21705 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21705 = 3 x 5 x 1447วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21705
1แยกตัวประกอบของ 21705 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 144712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1447 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21705 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21705 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21705 นั้นก็คือ 3, 5, 1447 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21705
3
)21705
5
)7235
1447
)1447
1
ดังนั้น 21705 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21705 = 3 x 5 x 1447
1แยกตัวประกอบของ 21705 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 14471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1447 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21705 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21705 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
