โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20072 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20072

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20072 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20072 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 26, 52, 104, 193, 386, 772, 1544, 2509, 5018, 10036, 20072
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20072 ÷ 1=20072เหลือเศษ 0
20072 ÷ 2=10036เหลือเศษ 0
20072 ÷ 4=5018เหลือเศษ 0
20072 ÷ 8=2509เหลือเศษ 0
20072 ÷ 13=1544เหลือเศษ 0
20072 ÷ 26=772เหลือเศษ 0
20072 ÷ 52=386เหลือเศษ 0
20072 ÷ 104=193เหลือเศษ 0
20072 ÷ 193=104เหลือเศษ 0
20072 ÷ 386=52เหลือเศษ 0
20072 ÷ 772=26เหลือเศษ 0
20072 ÷ 1544=13เหลือเศษ 0
20072 ÷ 2509=8เหลือเศษ 0
20072 ÷ 5018=4เหลือเศษ 0
20072 ÷ 10036=2เหลือเศษ 0
20072 ÷ 20072=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20072
1 x 20072
2 x 10036
4 x 5018
8 x 2509
13 x 1544
26 x 772
52 x 386
104 x 193
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20072
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 26 + 52 + 104 + 193 + 386 + 772 + 1544 + 2509 + 5018 + 10036 + 20072 = 40740
ตัวประกอบของ 20072 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 193
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20072 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20072 = 2 x 2 x 2 x 13 x 193
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20072 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20072 = 23 x 13 x 193
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20072 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20072 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20072 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10036
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20072
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20072 แบบที่หนึ่ง
  • 20072
    • 104
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 13
    • 193

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20072 แบบที่สอง
  • 20072
    • 2
    • 10036
      • 2
      • 5018
        • 2
        • 2509
          • 13
          • 193
ดังนั้น 20072 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20072 = 2 x 2 x 2 x 13 x 193
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20072 = 23 x 13 x 193 หรือ 23 x 131 x 1931

2. การแยกตัวประกอบของ 20072 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20072 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20072 นั้นก็คือ 2, 13, 193 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20072

2
)20072
2
)10036
2
)5018
13
)2509
193
)193
1
ดังนั้น 20072 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20072 = 2 x 2 x 2 x 13 x 193
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20072 = 23 x 13 x 193 หรือ 23 x 131 x 1931

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20072

1แยกตัวประกอบของ 20072 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 1931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 193 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20072 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20072 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇