ตัวประกอบของ 13496 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13496
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 13496 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 13496 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 13496 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 13496 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 13496 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 241, 482, 964, 1687, 1928, 3374, 6748, 13496
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 13496 ÷ 1 | = | 13496 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 2 | = | 6748 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 4 | = | 3374 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 7 | = | 1928 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 8 | = | 1687 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 14 | = | 964 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 28 | = | 482 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 56 | = | 241 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 241 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 482 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 964 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 1687 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 1928 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 3374 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 6748 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 13496 ÷ 13496 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13496
| 1 x 13496 | = | 13496 |
| 2 x 6748 | = | 13496 |
| 4 x 3374 | = | 13496 |
| 7 x 1928 | = | 13496 |
| 8 x 1687 | = | 13496 |
| 14 x 964 | = | 13496 |
| 28 x 482 | = | 13496 |
| 56 x 241 | = | 13496 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13496
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 241 + 482 + 964 + 1687 + 1928 + 3374 + 6748 + 13496 = 29040
▶ ตัวประกอบของ 13496 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 241
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 13496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13496 = 2 x 2 x 2 x 7 x 241
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13496 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13496 = 23 x 7 x 241
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13496 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13496 = 23 x 7 x 241
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 13496 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13496 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13496 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6748
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13496
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13496 แบบที่หนึ่ง
- 13496
- 56
- 7
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 241
- 56
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13496 แบบที่สอง
- 13496
- 2
- 6748
- 2
- 3374
- 2
- 1687
- 7
- 241
ดังนั้น 13496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13496 =
2 x 2 x 2 x 7 x 241
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13496 =
23 x 7 x 241 หรือ 23 x 71 x 2411
2. การแยกตัวประกอบของ 13496 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 13496 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13496 นั้นก็คือ 2, 7, 241 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13496
2)134962)67482)33747)1687241)2411ดังนั้น 13496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้13496 = 2 x 2 x 2 x 7 x 241หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง13496 = 23 x 7 x 241 หรือ 23 x 71 x 2411วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13496
1แยกตัวประกอบของ 13496 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 24112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 241 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13496 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 13496 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13496 นั้นก็คือ 2, 7, 241 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13496
2
)13496
2
)6748
2
)3374
7
)1687
241
)241
1
ดังนั้น 13496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13496 = 2 x 2 x 2 x 7 x 241
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13496 = 23 x 7 x 241 หรือ 23 x 71 x 2411
1แยกตัวประกอบของ 13496 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 2411
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 241 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13496 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13496 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
