ตัวประกอบของ 73860 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 73860
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 73860 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 73860 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 73860 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 73860 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 73860 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 10, 12, 15, 20, 30, 60, 1231, 2462, 3693, 4924, 6155, 7386, 12310, 14772, 18465, 24620, 36930, 73860
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 73860 ÷ 1 | = | 73860 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 2 | = | 36930 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 3 | = | 24620 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 4 | = | 18465 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 5 | = | 14772 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 6 | = | 12310 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 10 | = | 7386 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 12 | = | 6155 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 15 | = | 4924 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 20 | = | 3693 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 30 | = | 2462 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 60 | = | 1231 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 1231 | = | 60 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 2462 | = | 30 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 3693 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 4924 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 6155 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 7386 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 12310 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 14772 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 18465 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 24620 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 36930 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 73860 ÷ 73860 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 73860
| 1 x 73860 | = | 73860 |
| 2 x 36930 | = | 73860 |
| 3 x 24620 | = | 73860 |
| 4 x 18465 | = | 73860 |
| 5 x 14772 | = | 73860 |
| 6 x 12310 | = | 73860 |
| 10 x 7386 | = | 73860 |
| 12 x 6155 | = | 73860 |
| 15 x 4924 | = | 73860 |
| 20 x 3693 | = | 73860 |
| 30 x 2462 | = | 73860 |
| 60 x 1231 | = | 73860 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 73860
1 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + 10 + 12 + 15 + 20 + 30 + 60 + 1231 + 2462 + 3693 + 4924 + 6155 + 7386 + 12310 + 14772 + 18465 + 24620 + 36930 + 73860 = 206976
▶ ตัวประกอบของ 73860 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 1231
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 73860 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73860 = 2 x 2 x 3 x 5 x 1231
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 73860 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
73860 = 22 x 3 x 5 x 1231
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 73860 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
73860 = 22 x 3 x 5 x 1231
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 73860 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 73860 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 73860 มา 1 คู่ เช่น 2 x 36930
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73860
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 73860 แบบที่หนึ่ง
- 73860
- 60
- 6
- 2
- 3
- 10
- 2
- 5
- 6
- 1231
- 60
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 73860 แบบที่สอง
- 73860
- 2
- 36930
- 2
- 18465
- 3
- 6155
- 5
- 1231
ดังนั้น 73860 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73860 =
2 x 2 x 3 x 5 x 1231
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
73860 =
22 x 3 x 5 x 1231 หรือ 22 x 31 x 51 x 12311
2. การแยกตัวประกอบของ 73860 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 73860 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73860 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 1231 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73860
2)738602)369303)184655)61551231)12311ดังนั้น 73860 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้73860 = 2 x 2 x 3 x 5 x 1231หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง73860 = 22 x 3 x 5 x 1231 หรือ 22 x 31 x 51 x 12311วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 73860
1แยกตัวประกอบของ 73860 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 51 x 123112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1231 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73860 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 73860 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73860 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 1231 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73860
2
)73860
2
)36930
3
)18465
5
)6155
1231
)1231
1
ดังนั้น 73860 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73860 = 2 x 2 x 3 x 5 x 1231
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
73860 = 22 x 3 x 5 x 1231 หรือ 22 x 31 x 51 x 12311
1แยกตัวประกอบของ 73860 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 51 x 12311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1231 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73860 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 73860 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
