ตัวประกอบของ 73687 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 73687
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 73687 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 73687 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 73687 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 73687 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 73687 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 31, 2377, 73687
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 73687 ÷ 1 | = | 73687 | เหลือเศษ 0 |
| 73687 ÷ 31 | = | 2377 | เหลือเศษ 0 |
| 73687 ÷ 2377 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 73687 ÷ 73687 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 73687
| 1 x 73687 | = | 73687 |
| 31 x 2377 | = | 73687 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 73687
1 + 31 + 2377 + 73687 = 76096
▶ ตัวประกอบของ 73687 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
31, 2377
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 73687 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73687 = 31 x 2377
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 73687 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 73687 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 73687 มา 1 คู่ เช่น 31 x 2377
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73687
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 73687
- 73687
- 31
- 2377
ดังนั้น 73687 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73687 =
31 x 2377
2. การแยกตัวประกอบของ 73687 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 73687 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73687 นั้นก็คือ 31, 2377 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73687
31)736872377)23771ดังนั้น 73687 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้73687 = 31 x 2377วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 73687
1แยกตัวประกอบของ 73687 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 237712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2377 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73687 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 73687 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73687 นั้นก็คือ 31, 2377 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73687
31
)73687
2377
)2377
1
ดังนั้น 73687 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73687 = 31 x 2377
1แยกตัวประกอบของ 73687 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 23771
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2377 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73687 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 73687 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
