ตัวประกอบของ 56336 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 56336
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 56336 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 56336 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 56336 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 56336 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 56336 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 16, 28, 56, 112, 503, 1006, 2012, 3521, 4024, 7042, 8048, 14084, 28168, 56336
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 56336 ÷ 1 | = | 56336 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 2 | = | 28168 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 4 | = | 14084 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 7 | = | 8048 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 8 | = | 7042 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 14 | = | 4024 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 16 | = | 3521 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 28 | = | 2012 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 56 | = | 1006 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 112 | = | 503 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 503 | = | 112 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 1006 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 2012 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 3521 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 4024 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 7042 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 8048 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 14084 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 28168 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 56336 ÷ 56336 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 56336
| 1 x 56336 | = | 56336 |
| 2 x 28168 | = | 56336 |
| 4 x 14084 | = | 56336 |
| 7 x 8048 | = | 56336 |
| 8 x 7042 | = | 56336 |
| 14 x 4024 | = | 56336 |
| 16 x 3521 | = | 56336 |
| 28 x 2012 | = | 56336 |
| 56 x 1006 | = | 56336 |
| 112 x 503 | = | 56336 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 56336
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 16 + 28 + 56 + 112 + 503 + 1006 + 2012 + 3521 + 4024 + 7042 + 8048 + 14084 + 28168 + 56336 = 124992
▶ ตัวประกอบของ 56336 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 503
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 56336 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56336 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 503
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 56336 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
56336 = 24 x 7 x 503
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 56336 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
56336 = 24 x 7 x 503
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 56336 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 56336 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 56336 มา 1 คู่ เช่น 2 x 28168
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56336
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 56336 แบบที่หนึ่ง
- 56336
- 112
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 14
- 2
- 7
- 8
- 503
- 112
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 56336 แบบที่สอง
- 56336
- 2
- 28168
- 2
- 14084
- 2
- 7042
- 2
- 3521
- 7
- 503
ดังนั้น 56336 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56336 =
2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 503
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
56336 =
24 x 7 x 503 หรือ 24 x 71 x 5031
2. การแยกตัวประกอบของ 56336 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 56336 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 56336 นั้นก็คือ 2, 7, 503 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56336
2)563362)281682)140842)70427)3521503)5031ดังนั้น 56336 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้56336 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 503หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง56336 = 24 x 7 x 503 หรือ 24 x 71 x 5031วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 56336
1แยกตัวประกอบของ 56336 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 71 x 50312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 503 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 56336 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 56336 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 56336 นั้นก็คือ 2, 7, 503 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 56336
2
)56336
2
)28168
2
)14084
2
)7042
7
)3521
503
)503
1
ดังนั้น 56336 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
56336 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 503
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
56336 = 24 x 7 x 503 หรือ 24 x 71 x 5031
1แยกตัวประกอบของ 56336 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 71 x 5031
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 503 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 56336 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 56336 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
