ตัวประกอบของ 48837 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48837
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48837 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48837 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48837 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48837 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48837 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 73, 219, 223, 669, 16279, 48837
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48837 ÷ 1 | = | 48837 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 3 | = | 16279 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 73 | = | 669 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 219 | = | 223 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 223 | = | 219 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 669 | = | 73 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 16279 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48837 ÷ 48837 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48837
| 1 x 48837 | = | 48837 |
| 3 x 16279 | = | 48837 |
| 73 x 669 | = | 48837 |
| 219 x 223 | = | 48837 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48837
1 + 3 + 73 + 219 + 223 + 669 + 16279 + 48837 = 66304
▶ ตัวประกอบของ 48837 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 73, 223
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48837 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48837 = 3 x 73 x 223
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48837 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48837 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48837 มา 1 คู่ เช่น 3 x 16279
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48837
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48837 แบบที่หนึ่ง
- 48837
- 219
- 3
- 73
- 223
- 219
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48837 แบบที่สอง
- 48837
- 3
- 16279
- 73
- 223
ดังนั้น 48837 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48837 =
3 x 73 x 223
2. การแยกตัวประกอบของ 48837 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48837 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48837 นั้นก็คือ 3, 73, 223 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48837
3)4883773)16279223)2231ดังนั้น 48837 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48837 = 3 x 73 x 223วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48837
1แยกตัวประกอบของ 48837 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 731 x 22312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 223 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48837 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48837 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48837 นั้นก็คือ 3, 73, 223 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48837
3
)48837
73
)16279
223
)223
1
ดังนั้น 48837 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48837 = 3 x 73 x 223
1แยกตัวประกอบของ 48837 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 731 x 2231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 223 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48837 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48837 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
