ตัวประกอบของ 35688 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35688
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35688 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35688 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35688 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35688 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35688 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 1487, 2974, 4461, 5948, 8922, 11896, 17844, 35688
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35688 ÷ 1 | = | 35688 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 2 | = | 17844 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 3 | = | 11896 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 4 | = | 8922 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 6 | = | 5948 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 8 | = | 4461 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 12 | = | 2974 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 24 | = | 1487 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 1487 | = | 24 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 2974 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 4461 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 5948 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 8922 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 11896 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 17844 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 35688 ÷ 35688 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35688
| 1 x 35688 | = | 35688 |
| 2 x 17844 | = | 35688 |
| 3 x 11896 | = | 35688 |
| 4 x 8922 | = | 35688 |
| 6 x 5948 | = | 35688 |
| 8 x 4461 | = | 35688 |
| 12 x 2974 | = | 35688 |
| 24 x 1487 | = | 35688 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35688
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 1487 + 2974 + 4461 + 5948 + 8922 + 11896 + 17844 + 35688 = 89280
▶ ตัวประกอบของ 35688 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1487
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35688 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35688 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1487
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 35688 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
35688 = 23 x 3 x 1487
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 35688 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
35688 = 23 x 3 x 1487
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35688 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35688 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35688 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17844
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35688
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35688 แบบที่หนึ่ง
- 35688
- 24
- 4
- 2
- 2
- 6
- 2
- 3
- 4
- 1487
- 24
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35688 แบบที่สอง
- 35688
- 2
- 17844
- 2
- 8922
- 2
- 4461
- 3
- 1487
ดังนั้น 35688 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35688 =
2 x 2 x 2 x 3 x 1487
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
35688 =
23 x 3 x 1487 หรือ 23 x 31 x 14871
2. การแยกตัวประกอบของ 35688 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35688 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35688 นั้นก็คือ 2, 3, 1487 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35688
2)356882)178442)89223)44611487)14871ดังนั้น 35688 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35688 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1487หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง35688 = 23 x 3 x 1487 หรือ 23 x 31 x 14871วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35688
1แยกตัวประกอบของ 35688 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 148712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1487 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35688 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35688 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35688 นั้นก็คือ 2, 3, 1487 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35688
2
)35688
2
)17844
2
)8922
3
)4461
1487
)1487
1
ดังนั้น 35688 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35688 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1487
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
35688 = 23 x 3 x 1487 หรือ 23 x 31 x 14871
1แยกตัวประกอบของ 35688 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 14871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1487 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35688 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35688 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
