ตัวประกอบของ 35462 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35462
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35462 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35462 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35462 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35462 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35462 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 17, 34, 119, 149, 238, 298, 1043, 2086, 2533, 5066, 17731, 35462
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35462 ÷ 1 | = | 35462 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 2 | = | 17731 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 7 | = | 5066 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 14 | = | 2533 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 17 | = | 2086 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 34 | = | 1043 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 119 | = | 298 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 149 | = | 238 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 238 | = | 149 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 298 | = | 119 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 1043 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 2086 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 2533 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 5066 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 17731 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 35462 ÷ 35462 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35462
| 1 x 35462 | = | 35462 |
| 2 x 17731 | = | 35462 |
| 7 x 5066 | = | 35462 |
| 14 x 2533 | = | 35462 |
| 17 x 2086 | = | 35462 |
| 34 x 1043 | = | 35462 |
| 119 x 298 | = | 35462 |
| 149 x 238 | = | 35462 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35462
1 + 2 + 7 + 14 + 17 + 34 + 119 + 149 + 238 + 298 + 1043 + 2086 + 2533 + 5066 + 17731 + 35462 = 64800
▶ ตัวประกอบของ 35462 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 7, 17, 149
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35462 = 2 x 7 x 17 x 149
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35462 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35462 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35462 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17731
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35462
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35462 แบบที่หนึ่ง
- 35462
- 149
- 238
- 14
- 2
- 7
- 17
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35462 แบบที่สอง
- 35462
- 2
- 17731
- 7
- 2533
- 17
- 149
ดังนั้น 35462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35462 =
2 x 7 x 17 x 149
2. การแยกตัวประกอบของ 35462 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35462 นั้นก็คือ 2, 7, 17, 149 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35462
2)354627)1773117)2533149)1491ดังนั้น 35462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35462 = 2 x 7 x 17 x 149วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35462
1แยกตัวประกอบของ 35462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 171 x 14912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 149 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35462 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35462 นั้นก็คือ 2, 7, 17, 149 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35462
2
)35462
7
)17731
17
)2533
149
)149
1
ดังนั้น 35462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35462 = 2 x 7 x 17 x 149
1แยกตัวประกอบของ 35462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 171 x 1491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 149 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35462 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35462 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
