โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 33102 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33102

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 33102 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 33102 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 613, 1226, 1839, 3678, 5517, 11034, 16551, 33102
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
33102 ÷ 1=33102เหลือเศษ 0
33102 ÷ 2=16551เหลือเศษ 0
33102 ÷ 3=11034เหลือเศษ 0
33102 ÷ 6=5517เหลือเศษ 0
33102 ÷ 9=3678เหลือเศษ 0
33102 ÷ 18=1839เหลือเศษ 0
33102 ÷ 27=1226เหลือเศษ 0
33102 ÷ 54=613เหลือเศษ 0
33102 ÷ 613=54เหลือเศษ 0
33102 ÷ 1226=27เหลือเศษ 0
33102 ÷ 1839=18เหลือเศษ 0
33102 ÷ 3678=9เหลือเศษ 0
33102 ÷ 5517=6เหลือเศษ 0
33102 ÷ 11034=3เหลือเศษ 0
33102 ÷ 16551=2เหลือเศษ 0
33102 ÷ 33102=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33102
1 x 33102
2 x 16551
3 x 11034
6 x 5517
9 x 3678
18 x 1839
27 x 1226
54 x 613
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33102
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 613 + 1226 + 1839 + 3678 + 5517 + 11034 + 16551 + 33102 = 73680
ตัวประกอบของ 33102 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 613
การแยกตัวประกอบคืออะไร

33102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

33102 = 2 x 3 x 3 x 3 x 613
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 33102 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
33102 = 2 x 33 x 613
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 33102 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33102 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33102 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16551
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33102
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33102 แบบที่หนึ่ง
  • 33102
    • 54
      • 6
        • 2
        • 3
      • 9
        • 3
        • 3
    • 613

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33102 แบบที่สอง
  • 33102
    • 2
    • 16551
      • 3
      • 5517
        • 3
        • 1839
          • 3
          • 613
ดังนั้น 33102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33102 = 2 x 3 x 3 x 3 x 613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33102 = 2 x 33 x 613 หรือ 21 x 33 x 6131

2. การแยกตัวประกอบของ 33102 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 33102 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33102 นั้นก็คือ 2, 3, 613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33102

2
)33102
3
)16551
3
)5517
3
)1839
613
)613
1
ดังนั้น 33102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33102 = 2 x 3 x 3 x 3 x 613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33102 = 2 x 33 x 613 หรือ 21 x 33 x 6131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33102

1แยกตัวประกอบของ 33102 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 6131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33102 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33102 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇