โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32260 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32260

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32260 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32260 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 10, 20, 1613, 3226, 6452, 8065, 16130, 32260
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32260 ÷ 1=32260เหลือเศษ 0
32260 ÷ 2=16130เหลือเศษ 0
32260 ÷ 4=8065เหลือเศษ 0
32260 ÷ 5=6452เหลือเศษ 0
32260 ÷ 10=3226เหลือเศษ 0
32260 ÷ 20=1613เหลือเศษ 0
32260 ÷ 1613=20เหลือเศษ 0
32260 ÷ 3226=10เหลือเศษ 0
32260 ÷ 6452=5เหลือเศษ 0
32260 ÷ 8065=4เหลือเศษ 0
32260 ÷ 16130=2เหลือเศษ 0
32260 ÷ 32260=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32260
1 x 32260
2 x 16130
4 x 8065
5 x 6452
10 x 3226
20 x 1613
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32260
1 + 2 + 4 + 5 + 10 + 20 + 1613 + 3226 + 6452 + 8065 + 16130 + 32260 = 67788
ตัวประกอบของ 32260 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 1613
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32260 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32260 = 2 x 2 x 5 x 1613
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32260 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32260 = 22 x 5 x 1613
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32260 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32260 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32260 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16130
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32260
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32260 แบบที่หนึ่ง
  • 32260
    • 20
      • 4
        • 2
        • 2
      • 5
    • 1613

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32260 แบบที่สอง
  • 32260
    • 2
    • 16130
      • 2
      • 8065
        • 5
        • 1613
ดังนั้น 32260 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32260 = 2 x 2 x 5 x 1613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32260 = 22 x 5 x 1613 หรือ 22 x 51 x 16131

2. การแยกตัวประกอบของ 32260 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32260 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32260 นั้นก็คือ 2, 5, 1613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32260

2
)32260
2
)16130
5
)8065
1613
)1613
1
ดังนั้น 32260 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32260 = 2 x 2 x 5 x 1613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32260 = 22 x 5 x 1613 หรือ 22 x 51 x 16131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32260

1แยกตัวประกอบของ 32260 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 16131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 1613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32260 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32260 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇