โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32252 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32252

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32252 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32252 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 11, 22, 44, 733, 1466, 2932, 8063, 16126, 32252
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32252 ÷ 1=32252เหลือเศษ 0
32252 ÷ 2=16126เหลือเศษ 0
32252 ÷ 4=8063เหลือเศษ 0
32252 ÷ 11=2932เหลือเศษ 0
32252 ÷ 22=1466เหลือเศษ 0
32252 ÷ 44=733เหลือเศษ 0
32252 ÷ 733=44เหลือเศษ 0
32252 ÷ 1466=22เหลือเศษ 0
32252 ÷ 2932=11เหลือเศษ 0
32252 ÷ 8063=4เหลือเศษ 0
32252 ÷ 16126=2เหลือเศษ 0
32252 ÷ 32252=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32252
1 x 32252
2 x 16126
4 x 8063
11 x 2932
22 x 1466
44 x 733
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32252
1 + 2 + 4 + 11 + 22 + 44 + 733 + 1466 + 2932 + 8063 + 16126 + 32252 = 61656
ตัวประกอบของ 32252 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 11, 733
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32252 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32252 = 2 x 2 x 11 x 733
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32252 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32252 = 22 x 11 x 733
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32252 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32252 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32252 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16126
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32252
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32252 แบบที่หนึ่ง
  • 32252
    • 44
      • 4
        • 2
        • 2
      • 11
    • 733

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32252 แบบที่สอง
  • 32252
    • 2
    • 16126
      • 2
      • 8063
        • 11
        • 733
ดังนั้น 32252 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32252 = 2 x 2 x 11 x 733
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32252 = 22 x 11 x 733 หรือ 22 x 111 x 7331

2. การแยกตัวประกอบของ 32252 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32252 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32252 นั้นก็คือ 2, 11, 733 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32252

2
)32252
2
)16126
11
)8063
733
)733
1
ดังนั้น 32252 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32252 = 2 x 2 x 11 x 733
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32252 = 22 x 11 x 733 หรือ 22 x 111 x 7331

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32252

1แยกตัวประกอบของ 32252 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 111 x 7331
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 733 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32252 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32252 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇