โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32265 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32265

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32265 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32265 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 9, 15, 27, 45, 135, 239, 717, 1195, 2151, 3585, 6453, 10755, 32265
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32265 ÷ 1=32265เหลือเศษ 0
32265 ÷ 3=10755เหลือเศษ 0
32265 ÷ 5=6453เหลือเศษ 0
32265 ÷ 9=3585เหลือเศษ 0
32265 ÷ 15=2151เหลือเศษ 0
32265 ÷ 27=1195เหลือเศษ 0
32265 ÷ 45=717เหลือเศษ 0
32265 ÷ 135=239เหลือเศษ 0
32265 ÷ 239=135เหลือเศษ 0
32265 ÷ 717=45เหลือเศษ 0
32265 ÷ 1195=27เหลือเศษ 0
32265 ÷ 2151=15เหลือเศษ 0
32265 ÷ 3585=9เหลือเศษ 0
32265 ÷ 6453=5เหลือเศษ 0
32265 ÷ 10755=3เหลือเศษ 0
32265 ÷ 32265=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32265
1 x 32265
3 x 10755
5 x 6453
9 x 3585
15 x 2151
27 x 1195
45 x 717
135 x 239
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32265
1 + 3 + 5 + 9 + 15 + 27 + 45 + 135 + 239 + 717 + 1195 + 2151 + 3585 + 6453 + 10755 + 32265 = 57600
ตัวประกอบของ 32265 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 5, 239
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32265 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32265 = 3 x 3 x 3 x 5 x 239
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32265 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32265 = 33 x 5 x 239
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32265 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32265 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32265 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10755
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32265
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32265 แบบที่หนึ่ง
  • 32265
    • 135
      • 9
        • 3
        • 3
      • 15
        • 3
        • 5
    • 239

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32265 แบบที่สอง
  • 32265
    • 3
    • 10755
      • 3
      • 3585
        • 3
        • 1195
          • 5
          • 239
ดังนั้น 32265 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32265 = 3 x 3 x 3 x 5 x 239
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32265 = 33 x 5 x 239 หรือ 33 x 51 x 2391

2. การแยกตัวประกอบของ 32265 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32265 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32265 นั้นก็คือ 3, 5, 239 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32265

3
)32265
3
)10755
3
)3585
5
)1195
239
)239
1
ดังนั้น 32265 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32265 = 3 x 3 x 3 x 5 x 239
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32265 = 33 x 5 x 239 หรือ 33 x 51 x 2391

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32265

1แยกตัวประกอบของ 32265 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 51 x 2391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 239 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32265 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32265 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇