โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32256 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32256

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32256 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32256 มีทั้งหมด 60 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 12, 14, 16, 18, 21, 24, 28, 32, 36, 42, 48, 56, 63, 64, 72, 84, 96, 112, 126, 128, 144, 168, 192, 224, 252, 256, 288, 336, 384, 448, 504, 512, 576, 672, 768, 896, 1008, 1152, 1344, 1536, 1792, 2016, 2304, 2688, 3584, 4032, 4608, 5376, 8064, 10752, 16128, 32256
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32256 ÷ 1=32256เหลือเศษ 0
32256 ÷ 2=16128เหลือเศษ 0
32256 ÷ 3=10752เหลือเศษ 0
32256 ÷ 4=8064เหลือเศษ 0
32256 ÷ 6=5376เหลือเศษ 0
32256 ÷ 7=4608เหลือเศษ 0
32256 ÷ 8=4032เหลือเศษ 0
32256 ÷ 9=3584เหลือเศษ 0
32256 ÷ 12=2688เหลือเศษ 0
32256 ÷ 14=2304เหลือเศษ 0
32256 ÷ 16=2016เหลือเศษ 0
32256 ÷ 18=1792เหลือเศษ 0
32256 ÷ 21=1536เหลือเศษ 0
32256 ÷ 24=1344เหลือเศษ 0
32256 ÷ 28=1152เหลือเศษ 0
32256 ÷ 32=1008เหลือเศษ 0
32256 ÷ 36=896เหลือเศษ 0
32256 ÷ 42=768เหลือเศษ 0
32256 ÷ 48=672เหลือเศษ 0
32256 ÷ 56=576เหลือเศษ 0
32256 ÷ 63=512เหลือเศษ 0
32256 ÷ 64=504เหลือเศษ 0
32256 ÷ 72=448เหลือเศษ 0
32256 ÷ 84=384เหลือเศษ 0
32256 ÷ 96=336เหลือเศษ 0
32256 ÷ 112=288เหลือเศษ 0
32256 ÷ 126=256เหลือเศษ 0
32256 ÷ 128=252เหลือเศษ 0
32256 ÷ 144=224เหลือเศษ 0
32256 ÷ 168=192เหลือเศษ 0
32256 ÷ 192=168เหลือเศษ 0
32256 ÷ 224=144เหลือเศษ 0
32256 ÷ 252=128เหลือเศษ 0
32256 ÷ 256=126เหลือเศษ 0
32256 ÷ 288=112เหลือเศษ 0
32256 ÷ 336=96เหลือเศษ 0
32256 ÷ 384=84เหลือเศษ 0
32256 ÷ 448=72เหลือเศษ 0
32256 ÷ 504=64เหลือเศษ 0
32256 ÷ 512=63เหลือเศษ 0
32256 ÷ 576=56เหลือเศษ 0
32256 ÷ 672=48เหลือเศษ 0
32256 ÷ 768=42เหลือเศษ 0
32256 ÷ 896=36เหลือเศษ 0
32256 ÷ 1008=32เหลือเศษ 0
32256 ÷ 1152=28เหลือเศษ 0
32256 ÷ 1344=24เหลือเศษ 0
32256 ÷ 1536=21เหลือเศษ 0
32256 ÷ 1792=18เหลือเศษ 0
32256 ÷ 2016=16เหลือเศษ 0
32256 ÷ 2304=14เหลือเศษ 0
32256 ÷ 2688=12เหลือเศษ 0
32256 ÷ 3584=9เหลือเศษ 0
32256 ÷ 4032=8เหลือเศษ 0
32256 ÷ 4608=7เหลือเศษ 0
32256 ÷ 5376=6เหลือเศษ 0
32256 ÷ 8064=4เหลือเศษ 0
32256 ÷ 10752=3เหลือเศษ 0
32256 ÷ 16128=2เหลือเศษ 0
32256 ÷ 32256=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32256
1 x 32256
2 x 16128
3 x 10752
4 x 8064
6 x 5376
7 x 4608
8 x 4032
9 x 3584
12 x 2688
14 x 2304
16 x 2016
18 x 1792
21 x 1536
24 x 1344
28 x 1152
32 x 1008
36 x 896
42 x 768
48 x 672
56 x 576
63 x 512
64 x 504
72 x 448
84 x 384
96 x 336
112 x 288
126 x 256
128 x 252
144 x 224
168 x 192
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32256
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 7 + 8 + 9 + 12 + 14 + 16 + 18 + 21 + 24 + 28 + 32 + 36 + 42 + 48 + 56 + 63 + 64 + 72 + 84 + 96 + 112 + 126 + 128 + 144 + 168 + 192 + 224 + 252 + 256 + 288 + 336 + 384 + 448 + 504 + 512 + 576 + 672 + 768 + 896 + 1008 + 1152 + 1344 + 1536 + 1792 + 2016 + 2304 + 2688 + 3584 + 4032 + 4608 + 5376 + 8064 + 10752 + 16128 + 32256 = 106392
ตัวประกอบของ 32256 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 7
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 7
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32256 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32256 = 29 x 32 x 7
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32256 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32256 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32256 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16128
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32256
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32256 แบบที่หนึ่ง
  • 32256
    • 168
      • 12
        • 3
        • 4
          • 2
          • 2
      • 14
        • 2
        • 7
    • 192
      • 12
        • 3
        • 4
          • 2
          • 2
      • 16
        • 4
          • 2
          • 2
        • 4
          • 2
          • 2

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32256 แบบที่สอง
  • 32256
    • 2
    • 16128
      • 2
      • 8064
        • 2
        • 4032
          • 2
          • 2016
            • 2
            • 1008
              • 2
              • 504
                • 2
                • 252
                  • 2
                  • 126
                    • 2
                    • 63
                      • 3
                      • 21
                        • 3
                        • 7
ดังนั้น 32256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 7
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32256 = 29 x 32 x 7 หรือ 29 x 32 x 71

2. การแยกตัวประกอบของ 32256 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32256 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32256 นั้นก็คือ 2, 3, 7 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32256

2
)32256
2
)16128
2
)8064
2
)4032
2
)2016
2
)1008
2
)504
2
)252
2
)126
3
)63
3
)21
7
)7
1
ดังนั้น 32256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 7
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32256 = 29 x 32 x 7 หรือ 29 x 32 x 71

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32256

1แยกตัวประกอบของ 32256 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 29 x 32 x 71
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 9 ให้เอา 9 + 1 = 10
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 10 x 3 x 2 = 60
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32256 มีทั้งหมด 60 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32256 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇