โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 27016 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27016

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 27016 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 27016 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 11, 22, 44, 88, 307, 614, 1228, 2456, 3377, 6754, 13508, 27016
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
27016 ÷ 1=27016เหลือเศษ 0
27016 ÷ 2=13508เหลือเศษ 0
27016 ÷ 4=6754เหลือเศษ 0
27016 ÷ 8=3377เหลือเศษ 0
27016 ÷ 11=2456เหลือเศษ 0
27016 ÷ 22=1228เหลือเศษ 0
27016 ÷ 44=614เหลือเศษ 0
27016 ÷ 88=307เหลือเศษ 0
27016 ÷ 307=88เหลือเศษ 0
27016 ÷ 614=44เหลือเศษ 0
27016 ÷ 1228=22เหลือเศษ 0
27016 ÷ 2456=11เหลือเศษ 0
27016 ÷ 3377=8เหลือเศษ 0
27016 ÷ 6754=4เหลือเศษ 0
27016 ÷ 13508=2เหลือเศษ 0
27016 ÷ 27016=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27016
1 x 27016
2 x 13508
4 x 6754
8 x 3377
11 x 2456
22 x 1228
44 x 614
88 x 307
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27016
1 + 2 + 4 + 8 + 11 + 22 + 44 + 88 + 307 + 614 + 1228 + 2456 + 3377 + 6754 + 13508 + 27016 = 55440
ตัวประกอบของ 27016 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 11, 307
การแยกตัวประกอบคืออะไร

27016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

27016 = 2 x 2 x 2 x 11 x 307
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 27016 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
27016 = 23 x 11 x 307
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 27016 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27016 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27016 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13508
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27016
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27016 แบบที่หนึ่ง
  • 27016
    • 88
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 11
    • 307

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27016 แบบที่สอง
  • 27016
    • 2
    • 13508
      • 2
      • 6754
        • 2
        • 3377
          • 11
          • 307
ดังนั้น 27016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27016 = 2 x 2 x 2 x 11 x 307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27016 = 23 x 11 x 307 หรือ 23 x 111 x 3071

2. การแยกตัวประกอบของ 27016 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 27016 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27016 นั้นก็คือ 2, 11, 307 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27016

2
)27016
2
)13508
2
)6754
11
)3377
307
)307
1
ดังนั้น 27016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27016 = 2 x 2 x 2 x 11 x 307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27016 = 23 x 11 x 307 หรือ 23 x 111 x 3071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27016

1แยกตัวประกอบของ 27016 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 111 x 3071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 307 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27016 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27016 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇