ตัวประกอบของ 26613 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 26613
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 26613 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 26613 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 26613 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 26613 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 26613 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 2957, 8871, 26613
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 26613 ÷ 1 | = | 26613 | เหลือเศษ 0 |
| 26613 ÷ 3 | = | 8871 | เหลือเศษ 0 |
| 26613 ÷ 9 | = | 2957 | เหลือเศษ 0 |
| 26613 ÷ 2957 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 26613 ÷ 8871 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 26613 ÷ 26613 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 26613
| 1 x 26613 | = | 26613 |
| 3 x 8871 | = | 26613 |
| 9 x 2957 | = | 26613 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 26613
1 + 3 + 9 + 2957 + 8871 + 26613 = 38454
▶ ตัวประกอบของ 26613 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 2957
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 26613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26613 = 3 x 3 x 2957
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 26613 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
26613 = 32 x 2957
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 26613 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
26613 = 32 x 2957
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 26613 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 26613 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 26613 มา 1 คู่ เช่น 3 x 8871
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26613
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26613 แบบที่หนึ่ง
- 26613
- 9
- 3
- 3
- 2957
- 9
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26613 แบบที่สอง
- 26613
- 3
- 8871
- 3
- 2957
ดังนั้น 26613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26613 =
3 x 3 x 2957
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
26613 =
32 x 2957 หรือ 32 x 29571
2. การแยกตัวประกอบของ 26613 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 26613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26613 นั้นก็คือ 3, 2957 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26613
3)266133)88712957)29571ดังนั้น 26613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้26613 = 3 x 3 x 2957หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง26613 = 32 x 2957 หรือ 32 x 29571วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 26613
1แยกตัวประกอบของ 26613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 295712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 2957 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26613 มีทั้งหมด 6 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 26613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26613 นั้นก็คือ 3, 2957 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26613
3
)26613
3
)8871
2957
)2957
1
ดังนั้น 26613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26613 = 3 x 3 x 2957
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
26613 = 32 x 2957 หรือ 32 x 29571
1แยกตัวประกอบของ 26613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 29571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 2957 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26613 มีทั้งหมด 6 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 26613 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
