โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19737 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19737

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19737 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19737 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 9, 17, 27, 43, 51, 129, 153, 387, 459, 731, 1161, 2193, 6579, 19737
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19737 ÷ 1=19737เหลือเศษ 0
19737 ÷ 3=6579เหลือเศษ 0
19737 ÷ 9=2193เหลือเศษ 0
19737 ÷ 17=1161เหลือเศษ 0
19737 ÷ 27=731เหลือเศษ 0
19737 ÷ 43=459เหลือเศษ 0
19737 ÷ 51=387เหลือเศษ 0
19737 ÷ 129=153เหลือเศษ 0
19737 ÷ 153=129เหลือเศษ 0
19737 ÷ 387=51เหลือเศษ 0
19737 ÷ 459=43เหลือเศษ 0
19737 ÷ 731=27เหลือเศษ 0
19737 ÷ 1161=17เหลือเศษ 0
19737 ÷ 2193=9เหลือเศษ 0
19737 ÷ 6579=3เหลือเศษ 0
19737 ÷ 19737=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19737
1 x 19737
3 x 6579
9 x 2193
17 x 1161
27 x 731
43 x 459
51 x 387
129 x 153
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19737
1 + 3 + 9 + 17 + 27 + 43 + 51 + 129 + 153 + 387 + 459 + 731 + 1161 + 2193 + 6579 + 19737 = 31680
ตัวประกอบของ 19737 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 17, 43
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19737 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19737 = 3 x 3 x 3 x 17 x 43
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19737 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19737 = 33 x 17 x 43
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19737 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19737 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19737 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6579
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19737
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19737 แบบที่หนึ่ง
  • 19737
    • 129
      • 3
      • 43
    • 153
      • 9
        • 3
        • 3
      • 17

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19737 แบบที่สอง
  • 19737
    • 3
    • 6579
      • 3
      • 2193
        • 3
        • 731
          • 17
          • 43
ดังนั้น 19737 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19737 = 3 x 3 x 3 x 17 x 43
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19737 = 33 x 17 x 43 หรือ 33 x 171 x 431

2. การแยกตัวประกอบของ 19737 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19737 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19737 นั้นก็คือ 3, 17, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19737

3
)19737
3
)6579
3
)2193
17
)731
43
)43
1
ดังนั้น 19737 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19737 = 3 x 3 x 3 x 17 x 43
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19737 = 33 x 17 x 43 หรือ 33 x 171 x 431

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19737

1แยกตัวประกอบของ 19737 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 171 x 431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19737 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19737 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇