ตัวประกอบของ 19651 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19651
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19651 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19651 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19651 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19651 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19651 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 43, 457, 19651
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19651 ÷ 1 | = | 19651 | เหลือเศษ 0 |
| 19651 ÷ 43 | = | 457 | เหลือเศษ 0 |
| 19651 ÷ 457 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 19651 ÷ 19651 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19651
| 1 x 19651 | = | 19651 |
| 43 x 457 | = | 19651 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19651
1 + 43 + 457 + 19651 = 20152
▶ ตัวประกอบของ 19651 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
43, 457
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19651 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19651 = 43 x 457
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19651 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19651 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19651 มา 1 คู่ เช่น 43 x 457
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19651
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19651
- 19651
- 43
- 457
ดังนั้น 19651 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19651 =
43 x 457
2. การแยกตัวประกอบของ 19651 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19651 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19651 นั้นก็คือ 43, 457 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19651
43)19651457)4571ดังนั้น 19651 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19651 = 43 x 457วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19651
1แยกตัวประกอบของ 19651 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 431 x 45712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 457 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19651 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19651 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19651 นั้นก็คือ 43, 457 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19651
43
)19651
457
)457
1
ดังนั้น 19651 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19651 = 43 x 457
1แยกตัวประกอบของ 19651 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 431 x 4571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 457 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19651 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19651 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
