ตัวประกอบของ 19627 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19627
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19627 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19627 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19627 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19627 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19627 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 19, 1033, 19627
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19627 ÷ 1 | = | 19627 | เหลือเศษ 0 |
| 19627 ÷ 19 | = | 1033 | เหลือเศษ 0 |
| 19627 ÷ 1033 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 19627 ÷ 19627 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19627
| 1 x 19627 | = | 19627 |
| 19 x 1033 | = | 19627 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19627
1 + 19 + 1033 + 19627 = 20680
▶ ตัวประกอบของ 19627 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
19, 1033
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19627 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19627 = 19 x 1033
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19627 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19627 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19627 มา 1 คู่ เช่น 19 x 1033
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19627
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19627
- 19627
- 19
- 1033
ดังนั้น 19627 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19627 =
19 x 1033
2. การแยกตัวประกอบของ 19627 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19627 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19627 นั้นก็คือ 19, 1033 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19627
19)196271033)10331ดังนั้น 19627 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19627 = 19 x 1033วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19627
1แยกตัวประกอบของ 19627 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 191 x 103312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1033 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19627 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19627 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19627 นั้นก็คือ 19, 1033 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19627
19
)19627
1033
)1033
1
ดังนั้น 19627 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19627 = 19 x 1033
1แยกตัวประกอบของ 19627 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 191 x 10331
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1033 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19627 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19627 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
