โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19432 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19432

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19432 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19432 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 347, 694, 1388, 2429, 2776, 4858, 9716, 19432
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19432 ÷ 1=19432เหลือเศษ 0
19432 ÷ 2=9716เหลือเศษ 0
19432 ÷ 4=4858เหลือเศษ 0
19432 ÷ 7=2776เหลือเศษ 0
19432 ÷ 8=2429เหลือเศษ 0
19432 ÷ 14=1388เหลือเศษ 0
19432 ÷ 28=694เหลือเศษ 0
19432 ÷ 56=347เหลือเศษ 0
19432 ÷ 347=56เหลือเศษ 0
19432 ÷ 694=28เหลือเศษ 0
19432 ÷ 1388=14เหลือเศษ 0
19432 ÷ 2429=8เหลือเศษ 0
19432 ÷ 2776=7เหลือเศษ 0
19432 ÷ 4858=4เหลือเศษ 0
19432 ÷ 9716=2เหลือเศษ 0
19432 ÷ 19432=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19432
1 x 19432
2 x 9716
4 x 4858
7 x 2776
8 x 2429
14 x 1388
28 x 694
56 x 347
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19432
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 347 + 694 + 1388 + 2429 + 2776 + 4858 + 9716 + 19432 = 41760
ตัวประกอบของ 19432 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 347
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19432 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19432 = 2 x 2 x 2 x 7 x 347
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19432 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19432 = 23 x 7 x 347
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19432 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19432 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19432 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9716
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19432
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19432 แบบที่หนึ่ง
  • 19432
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 347

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19432 แบบที่สอง
  • 19432
    • 2
    • 9716
      • 2
      • 4858
        • 2
        • 2429
          • 7
          • 347
ดังนั้น 19432 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19432 = 2 x 2 x 2 x 7 x 347
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19432 = 23 x 7 x 347 หรือ 23 x 71 x 3471

2. การแยกตัวประกอบของ 19432 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19432 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19432 นั้นก็คือ 2, 7, 347 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19432

2
)19432
2
)9716
2
)4858
7
)2429
347
)347
1
ดังนั้น 19432 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19432 = 2 x 2 x 2 x 7 x 347
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19432 = 23 x 7 x 347 หรือ 23 x 71 x 3471

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19432

1แยกตัวประกอบของ 19432 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 3471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 347 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19432 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19432 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇