โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19377 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19377

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19377 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19377 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 2153, 6459, 19377
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19377 ÷ 1=19377เหลือเศษ 0
19377 ÷ 3=6459เหลือเศษ 0
19377 ÷ 9=2153เหลือเศษ 0
19377 ÷ 2153=9เหลือเศษ 0
19377 ÷ 6459=3เหลือเศษ 0
19377 ÷ 19377=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19377
1 x 19377
3 x 6459
9 x 2153
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19377
1 + 3 + 9 + 2153 + 6459 + 19377 = 28002
ตัวประกอบของ 19377 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 2153
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19377 = 3 x 3 x 2153
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19377 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19377 = 32 x 2153
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19377 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19377 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19377 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6459
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19377
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19377 แบบที่หนึ่ง
  • 19377
    • 9
      • 3
      • 3
    • 2153

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19377 แบบที่สอง
  • 19377
    • 3
    • 6459
      • 3
      • 2153
ดังนั้น 19377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19377 = 3 x 3 x 2153
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19377 = 32 x 2153 หรือ 32 x 21531

2. การแยกตัวประกอบของ 19377 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19377 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19377 นั้นก็คือ 3, 2153 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19377

3
)19377
3
)6459
2153
)2153
1
ดังนั้น 19377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19377 = 3 x 3 x 2153
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19377 = 32 x 2153 หรือ 32 x 21531

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19377

1แยกตัวประกอบของ 19377 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 21531
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 2153 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19377 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19377 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇