ตัวประกอบของ 17056 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17056
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17056 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17056 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17056 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17056 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17056 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 16, 26, 32, 41, 52, 82, 104, 164, 208, 328, 416, 533, 656, 1066, 1312, 2132, 4264, 8528, 17056
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17056 ÷ 1 | = | 17056 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 2 | = | 8528 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 4 | = | 4264 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 8 | = | 2132 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 13 | = | 1312 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 16 | = | 1066 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 26 | = | 656 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 32 | = | 533 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 41 | = | 416 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 52 | = | 328 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 82 | = | 208 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 104 | = | 164 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 164 | = | 104 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 208 | = | 82 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 328 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 416 | = | 41 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 533 | = | 32 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 656 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 1066 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 1312 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 2132 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 4264 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 8528 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 17056 ÷ 17056 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17056
| 1 x 17056 | = | 17056 |
| 2 x 8528 | = | 17056 |
| 4 x 4264 | = | 17056 |
| 8 x 2132 | = | 17056 |
| 13 x 1312 | = | 17056 |
| 16 x 1066 | = | 17056 |
| 26 x 656 | = | 17056 |
| 32 x 533 | = | 17056 |
| 41 x 416 | = | 17056 |
| 52 x 328 | = | 17056 |
| 82 x 208 | = | 17056 |
| 104 x 164 | = | 17056 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17056
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 16 + 26 + 32 + 41 + 52 + 82 + 104 + 164 + 208 + 328 + 416 + 533 + 656 + 1066 + 1312 + 2132 + 4264 + 8528 + 17056 = 37044
▶ ตัวประกอบของ 17056 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 41
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17056 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 41
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17056 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17056 = 25 x 13 x 41
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17056 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17056 = 25 x 13 x 41
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17056 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17056 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17056 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8528
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17056
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17056 แบบที่หนึ่ง
- 17056
- 104
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 13
- 8
- 164
- 4
- 2
- 2
- 41
- 4
- 104
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17056 แบบที่สอง
- 17056
- 2
- 8528
- 2
- 4264
- 2
- 2132
- 2
- 1066
- 2
- 533
- 13
- 41
ดังนั้น 17056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17056 =
2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17056 =
25 x 13 x 41 หรือ 25 x 131 x 411
2. การแยกตัวประกอบของ 17056 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17056 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17056 นั้นก็คือ 2, 13, 41 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17056
2)170562)85282)42642)21322)106613)53341)411ดังนั้น 17056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17056 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 41หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง17056 = 25 x 13 x 41 หรือ 25 x 131 x 411วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17056
1แยกตัวประกอบของ 17056 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 131 x 4112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17056 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17056 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17056 นั้นก็คือ 2, 13, 41 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17056
2
)17056
2
)8528
2
)4264
2
)2132
2
)1066
13
)533
41
)41
1
ดังนั้น 17056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17056 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17056 = 25 x 13 x 41 หรือ 25 x 131 x 411
1แยกตัวประกอบของ 17056 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 131 x 411
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17056 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17056 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
