ตัวประกอบของ 17030 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17030
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17030 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17030 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17030 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17030 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17030 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 13, 26, 65, 130, 131, 262, 655, 1310, 1703, 3406, 8515, 17030
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17030 ÷ 1 | = | 17030 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 2 | = | 8515 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 5 | = | 3406 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 10 | = | 1703 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 13 | = | 1310 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 26 | = | 655 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 65 | = | 262 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 130 | = | 131 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 131 | = | 130 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 262 | = | 65 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 655 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 1310 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 1703 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 3406 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 8515 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 17030 ÷ 17030 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17030
| 1 x 17030 | = | 17030 |
| 2 x 8515 | = | 17030 |
| 5 x 3406 | = | 17030 |
| 10 x 1703 | = | 17030 |
| 13 x 1310 | = | 17030 |
| 26 x 655 | = | 17030 |
| 65 x 262 | = | 17030 |
| 130 x 131 | = | 17030 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17030
1 + 2 + 5 + 10 + 13 + 26 + 65 + 130 + 131 + 262 + 655 + 1310 + 1703 + 3406 + 8515 + 17030 = 33264
▶ ตัวประกอบของ 17030 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 5, 13, 131
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17030 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17030 = 2 x 5 x 13 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17030 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17030 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17030 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8515
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17030
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17030 แบบที่หนึ่ง
- 17030
- 130
- 10
- 2
- 5
- 13
- 10
- 131
- 130
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17030 แบบที่สอง
- 17030
- 2
- 8515
- 5
- 1703
- 13
- 131
ดังนั้น 17030 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17030 =
2 x 5 x 13 x 131
2. การแยกตัวประกอบของ 17030 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17030 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17030 นั้นก็คือ 2, 5, 13, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17030
2)170305)851513)1703131)1311ดังนั้น 17030 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17030 = 2 x 5 x 13 x 131วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17030
1แยกตัวประกอบของ 17030 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 131 x 13112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17030 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17030 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17030 นั้นก็คือ 2, 5, 13, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17030
2
)17030
5
)8515
13
)1703
131
)131
1
ดังนั้น 17030 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17030 = 2 x 5 x 13 x 131
1แยกตัวประกอบของ 17030 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 131 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17030 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17030 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
