โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 17016 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17016

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 17016 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 17016 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 709, 1418, 2127, 2836, 4254, 5672, 8508, 17016
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
17016 ÷ 1=17016เหลือเศษ 0
17016 ÷ 2=8508เหลือเศษ 0
17016 ÷ 3=5672เหลือเศษ 0
17016 ÷ 4=4254เหลือเศษ 0
17016 ÷ 6=2836เหลือเศษ 0
17016 ÷ 8=2127เหลือเศษ 0
17016 ÷ 12=1418เหลือเศษ 0
17016 ÷ 24=709เหลือเศษ 0
17016 ÷ 709=24เหลือเศษ 0
17016 ÷ 1418=12เหลือเศษ 0
17016 ÷ 2127=8เหลือเศษ 0
17016 ÷ 2836=6เหลือเศษ 0
17016 ÷ 4254=4เหลือเศษ 0
17016 ÷ 5672=3เหลือเศษ 0
17016 ÷ 8508=2เหลือเศษ 0
17016 ÷ 17016=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17016
1 x 17016
2 x 8508
3 x 5672
4 x 4254
6 x 2836
8 x 2127
12 x 1418
24 x 709
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17016
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 709 + 1418 + 2127 + 2836 + 4254 + 5672 + 8508 + 17016 = 42600
ตัวประกอบของ 17016 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 709
การแยกตัวประกอบคืออะไร

17016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

17016 = 2 x 2 x 2 x 3 x 709
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17016 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17016 = 23 x 3 x 709
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 17016 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17016 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17016 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8508
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17016
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17016 แบบที่หนึ่ง
  • 17016
    • 24
      • 4
        • 2
        • 2
      • 6
        • 2
        • 3
    • 709

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17016 แบบที่สอง
  • 17016
    • 2
    • 8508
      • 2
      • 4254
        • 2
        • 2127
          • 3
          • 709
ดังนั้น 17016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17016 = 2 x 2 x 2 x 3 x 709
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17016 = 23 x 3 x 709 หรือ 23 x 31 x 7091

2. การแยกตัวประกอบของ 17016 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 17016 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17016 นั้นก็คือ 2, 3, 709 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17016

2
)17016
2
)8508
2
)4254
3
)2127
709
)709
1
ดังนั้น 17016 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17016 = 2 x 2 x 2 x 3 x 709
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17016 = 23 x 3 x 709 หรือ 23 x 31 x 7091

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17016

1แยกตัวประกอบของ 17016 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 7091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 709 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17016 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17016 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇