ตัวประกอบของ 16237 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16237
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16237 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16237 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16237 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16237 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16237 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 1249, 16237
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16237 ÷ 1 | = | 16237 | เหลือเศษ 0 |
| 16237 ÷ 13 | = | 1249 | เหลือเศษ 0 |
| 16237 ÷ 1249 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 16237 ÷ 16237 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16237
| 1 x 16237 | = | 16237 |
| 13 x 1249 | = | 16237 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16237
1 + 13 + 1249 + 16237 = 17500
▶ ตัวประกอบของ 16237 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 1249
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16237 = 13 x 1249
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16237 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16237 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16237 มา 1 คู่ เช่น 13 x 1249
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16237
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16237
- 16237
- 13
- 1249
ดังนั้น 16237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16237 =
13 x 1249
2. การแยกตัวประกอบของ 16237 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16237 นั้นก็คือ 13, 1249 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16237
13)162371249)12491ดังนั้น 16237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16237 = 13 x 1249วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16237
1แยกตัวประกอบของ 16237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 124912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1249 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16237 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16237 นั้นก็คือ 13, 1249 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16237
13
)16237
1249
)1249
1
ดังนั้น 16237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16237 = 13 x 1249
1แยกตัวประกอบของ 16237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 12491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1249 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16237 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16237 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
