ตัวประกอบของ 85625 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 85625
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 85625 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 85625 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 85625 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 85625 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 85625 มีทั้งหมด 10 ตัวคือ 1, 5, 25, 125, 137, 625, 685, 3425, 17125, 85625
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 85625 ÷ 1 | = | 85625 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 5 | = | 17125 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 25 | = | 3425 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 125 | = | 685 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 137 | = | 625 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 625 | = | 137 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 685 | = | 125 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 3425 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 17125 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 85625 ÷ 85625 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 85625
| 1 x 85625 | = | 85625 |
| 5 x 17125 | = | 85625 |
| 25 x 3425 | = | 85625 |
| 125 x 685 | = | 85625 |
| 137 x 625 | = | 85625 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 85625
1 + 5 + 25 + 125 + 137 + 625 + 685 + 3425 + 17125 + 85625 = 107778
▶ ตัวประกอบของ 85625 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
5, 137
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 85625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85625 = 5 x 5 x 5 x 5 x 137
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 85625 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
85625 = 54 x 137
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 85625 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
85625 = 54 x 137
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 85625 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 85625 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 85625 มา 1 คู่ เช่น 5 x 17125
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85625
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 85625 แบบที่หนึ่ง
- 85625
- 137
- 625
- 25
- 5
- 5
- 25
- 5
- 5
- 25
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 85625 แบบที่สอง
- 85625
- 5
- 17125
- 5
- 3425
- 5
- 685
- 5
- 137
ดังนั้น 85625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85625 =
5 x 5 x 5 x 5 x 137
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
85625 =
54 x 137 หรือ 54 x 1371
2. การแยกตัวประกอบของ 85625 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 85625 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 85625 นั้นก็คือ 5, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85625
5)856255)171255)34255)685137)1371ดังนั้น 85625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้85625 = 5 x 5 x 5 x 5 x 137หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง85625 = 54 x 137 หรือ 54 x 1371วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 85625
1แยกตัวประกอบของ 85625 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 54 x 13712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 = 10✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 85625 มีทั้งหมด 10 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 85625 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 85625 นั้นก็คือ 5, 137 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 85625
5
)85625
5
)17125
5
)3425
5
)685
137
)137
1
ดังนั้น 85625 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
85625 = 5 x 5 x 5 x 5 x 137
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
85625 = 54 x 137 หรือ 54 x 1371
1แยกตัวประกอบของ 85625 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 54 x 1371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 137 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 = 10✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 85625 มีทั้งหมด 10 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 85625 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
