ตัวประกอบของ 55477 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 55477
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 55477 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 55477 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 55477 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 55477 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 55477 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 29, 1913, 55477
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 55477 ÷ 1 | = | 55477 | เหลือเศษ 0 |
| 55477 ÷ 29 | = | 1913 | เหลือเศษ 0 |
| 55477 ÷ 1913 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 55477 ÷ 55477 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 55477
| 1 x 55477 | = | 55477 |
| 29 x 1913 | = | 55477 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 55477
1 + 29 + 1913 + 55477 = 57420
▶ ตัวประกอบของ 55477 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
29, 1913
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 55477 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55477 = 29 x 1913
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 55477 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 55477 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 55477 มา 1 คู่ เช่น 29 x 1913
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55477
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 55477
- 55477
- 29
- 1913
ดังนั้น 55477 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55477 =
29 x 1913
2. การแยกตัวประกอบของ 55477 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 55477 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 55477 นั้นก็คือ 29, 1913 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55477
29)554771913)19131ดังนั้น 55477 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้55477 = 29 x 1913วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 55477
1แยกตัวประกอบของ 55477 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 291 x 191312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1913 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 55477 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 55477 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 55477 นั้นก็คือ 29, 1913 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55477
29
)55477
1913
)1913
1
ดังนั้น 55477 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55477 = 29 x 1913
1แยกตัวประกอบของ 55477 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 291 x 19131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1913 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 55477 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 55477 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
