ตัวประกอบของ 51335 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51335
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51335 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51335 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 51335 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51335 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51335 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 5, 10267, 51335
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51335 ÷ 1 | = | 51335 | เหลือเศษ 0 |
| 51335 ÷ 5 | = | 10267 | เหลือเศษ 0 |
| 51335 ÷ 10267 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 51335 ÷ 51335 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51335
| 1 x 51335 | = | 51335 |
| 5 x 10267 | = | 51335 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51335
1 + 5 + 10267 + 51335 = 61608
▶ ตัวประกอบของ 51335 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
5, 10267
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51335 = 5 x 10267
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51335 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51335 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51335 มา 1 คู่ เช่น 5 x 10267
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51335
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51335
- 51335
- 5
- 10267
ดังนั้น 51335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51335 =
5 x 10267
2. การแยกตัวประกอบของ 51335 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51335 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51335 นั้นก็คือ 5, 10267 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51335
5)5133510267)102671ดังนั้น 51335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51335 = 5 x 10267วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51335
1แยกตัวประกอบของ 51335 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 1026712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 10267 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51335 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51335 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51335 นั้นก็คือ 5, 10267 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51335
5
)51335
10267
)10267
1
ดังนั้น 51335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51335 = 5 x 10267
1แยกตัวประกอบของ 51335 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 102671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 10267 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51335 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51335 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
