ตัวประกอบของ 35152 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35152
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35152 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35152 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 35152 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35152 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35152 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 16, 26, 52, 104, 169, 208, 338, 676, 1352, 2197, 2704, 4394, 8788, 17576, 35152
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35152 ÷ 1 | = | 35152 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 2 | = | 17576 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 4 | = | 8788 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 8 | = | 4394 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 13 | = | 2704 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 16 | = | 2197 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 26 | = | 1352 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 52 | = | 676 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 104 | = | 338 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 169 | = | 208 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 208 | = | 169 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 338 | = | 104 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 676 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 1352 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 2197 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 2704 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 4394 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 8788 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 17576 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 35152 ÷ 35152 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35152
| 1 x 35152 | = | 35152 |
| 2 x 17576 | = | 35152 |
| 4 x 8788 | = | 35152 |
| 8 x 4394 | = | 35152 |
| 13 x 2704 | = | 35152 |
| 16 x 2197 | = | 35152 |
| 26 x 1352 | = | 35152 |
| 52 x 676 | = | 35152 |
| 104 x 338 | = | 35152 |
| 169 x 208 | = | 35152 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35152
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 16 + 26 + 52 + 104 + 169 + 208 + 338 + 676 + 1352 + 2197 + 2704 + 4394 + 8788 + 17576 + 35152 = 73780
▶ ตัวประกอบของ 35152 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 13
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 13 x 13
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 35152 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
35152 = 24 x 133
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 35152 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
35152 = 24 x 133
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35152 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35152 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35152 มา 1 คู่ เช่น 2 x 17576
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35152
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35152 แบบที่หนึ่ง
- 35152
- 169
- 13
- 13
- 208
- 13
- 16
- 4
- 2
- 2
- 4
- 2
- 2
- 4
- 169
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35152 แบบที่สอง
- 35152
- 2
- 17576
- 2
- 8788
- 2
- 4394
- 2
- 2197
- 13
- 169
- 13
- 13
ดังนั้น 35152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35152 =
2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 13 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
35152 =
24 x 133
2. การแยกตัวประกอบของ 35152 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35152 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35152 นั้นก็คือ 2, 13 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35152
2)351522)175762)87882)439413)219713)16913)131ดังนั้น 35152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 13 x 13หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง35152 = 24 x 133วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35152
1แยกตัวประกอบของ 35152 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 1332ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 4 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35152 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35152 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35152 นั้นก็คือ 2, 13 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35152
2
)35152
2
)17576
2
)8788
2
)4394
13
)2197
13
)169
13
)13
1
ดังนั้น 35152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 13 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
35152 = 24 x 133
1แยกตัวประกอบของ 35152 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 133
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 4 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35152 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35152 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
